เห็นว่าชาว exteen ชื่นชอบการอ่านบทความดีๆ และบังเอิญช่วงนี้ ขาดสต๊อกงานของ sana

ขอนำบทความดีๆ ของ อ.หลิวยง มาแบ่งปันกันไปก่อนนะคะ

ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร คอมเมนต์บอกกันด้วยนะคะ

 

 หลิวยง ตอน คุณจะเลือกฉันไหม

ที่มา เว็บไซต์ของอ.หลิวยง

งานเขียนของ อ.หลิวยง

แปลโดย อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี


นักศึกษาหญิงคนหนึ่งแต่งงาน แขกเหรื่อในงานเลี้ยงต่างส่งเสียงกระซิบกระซาบ เล่าประวัติของคู่บ่าวสาวกัน คนที่ได้ยินได้ฟัง ส่วนใหญ่จะเริ่มจากลืมตาโต แล้วก็ขมวดคิ้ว จากนั้นก็หัวเราะร่า
ที่แท้ “พวกเขา” อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมต้น ตัวติดเป็นตังเมสี่ห้าปี ฝ่ายชายเรียนจบก่อนหนึ่งปี ได้ทุนไปเรียนมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด ก่อนจะไปอยู่ๆ ก็บอกกับฝ่ายหญิงว่า “เราอยู่ด้วยกันนานเกินไปแล้ว ไม่มีอิสระเลย เราเลิกกันเถอะ!”
ฝ่ายหญิงนิ่งอึ้งไปในทันที หลังจากฝ่ายชายจากไปแล้วก็ร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตาย เมื่อเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้คบกับใครอีก
กาลเวลาผ่านไปไวมาก สี่ปีให้หลัง ฝ่ายชายกลับมา ก็ไปหาฝ่ายหญิงขอคืนดี
พ่อของฝ่ายหญิงขวางประตูเอาไว้ ด่าใส่ฝ่ายชายว่าเป็นเดรัจฉานที่จิตใจชั่วช้า รังแกลูกสาวของเขา ครั้งเดียวไม่พอ ยังมีหน้ากลับมาอีกหรือ ไม่มีวัน!
ขณะกำลังด่าอยู่นั่นเอง ลูกสาวก็ออกมา ผลักพ่อไปยืนข้างๆ แล้วก็จูงมือฝ่ายชายเดินจากไป
ฝ่ายพ่อยังไม่ยอมเลิกรา ไปหาตัวฝ่ายชายมาเจรจาว่า “ลูกสาวของฉันทำเรื่องสอบเข้าสถาบันวิจัยxxx อยู่ เธอการเรียนดี รับรองต้องสอบเข้าได้แน่ ภายหลังเรียนจบออกมา เงินเดือนเริ่มต้นที่แสนกว่าดอลลาร์ แล้วแกละ แกจะได้สักเท่าไหร่ ฉันรู้จักลูกสาวฉันดี ถ้าแกสู้เธอไม่ได้ ต่อให้ตอนนี้ลูกฉันเลือกแก ทีหลังก็ทิ้งแกอยู่ดี”
ปรากฏว่าฝ่ายชายก็ไปสมัครสอบสถาบันวิจัยดังกล่าวด้วย และสอบติดเหมือนกัน ทั้งคู่จึงเป็นเหมือนสมัยเรียนมัธยม วันทั้งวันก็ตัวติดกันอีกครั้ง บัดนี้เรียนจบ ก็ย่อมเดินเข้าโบสถ์ไปด้วยกัน
เพียงแต่ว่า แขกเหรื่อที่ยืนกระซิบกระซาบเหล่านั้น บางคนหัวเราะด้วยน้ำเสียงพิลึก คงนึกในใจกระมังว่า คู่บ่าวสาวคู่นี้ ต่อไปเมื่อสถานที่ทำงานต่างกัน ประสบเหตุการณ์ต่างกัน เงื่อนไขต่างๆ เปลี่ยนไป จะเกิดปัญหาอะไรขึ้นอีกไหม




ที่จริงแล้ว นักเรียนมัธยมในอเมริกา จับคู่แล้วก็แยกกันนั้นเยอะมากเหลือเกิน ธรรมเนียมของสังคมตะวันตก เมื่อชายหญิงคบกันอย่างสนิทชิดเชื้อ ก็จะประกาศให้รู้กันว่า “เราคบกันอยู่” หมายความว่าคนอื่นหลีกไป ในทางกลับกัน เมื่อวันหนึ่งหมดความรู้สึกต่อกัน จะเลิก ก็จะประกาศอีกครั้งว่า “เราเลิกกันแล้ว!”
เดี๋ยวนี้ยิ่งน่าสนุก พวกเขาจะทำเครื่องหมายไว้บน Face book ของตัวเอง บอกกับทุกคนว่าตนเองมีเจ้าของหรือไม่มี เครื่องหมายนั้นยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอีกด้วย ทำให้คนที่เห็นมีความรู้สึกเหมือนกับมองหุ้นว่ามัน “ล๊อกตาย” เอาไว้หรือ “เปิด” อยู่
ดังนั้น พ่อแม่ชาวอเมริกันมักพูดว่า “สมัยนี้การแต่งงาน ไม่ใช่การเจอคู่ที่ถูกใจ แต่ขึ้นอยู่กับเวลาที่เหมาะเจาะ เมื่อถึงเวลาแล้ว เจอกับคนไหนก็คือคนนั้น สมัยนี้การหย่าร้างก็ใช่ว่าจะเป็นเพราะมีมือที่สามเสมอไป เมื่อไหร่ที่คุณสมบัติไม่ถึงแล้ว ก็เลิกกันได้ตลอดเวลา!”



พูดถึงคุณสมบัติ ผมนึกถึงเหตุการณ์เล็กๆ เรื่องหนึ่ง
ลูกชายของเถ้าแก่ใหญ่คนหนึ่ง คบกับเพื่อนหญิงที่เป็น “นกกระจิบ” ตัวจ้อย
ลูกชายคนนี้เรียนจบปริญญาโท ส่วนเพื่อนหญิงเรียนไม่จบแม้แต่มหาวิทยาลัย คุณสมบัติต่างกันมาก
“ไม่ได้! ต้องให้ผู้หญิงเรียนจบเอาปริญญากลับมาก่อนค่อยว่ากัน”
ฝ่ายหญิงที่บ้านยากจน เถ้าแก่ใหญ่ก็ใจป้ำ “ได้! ฉันส่งเงินให้เธอไปเรียนต่างประเทศ”
ฝ่ายหญิงไปจริง ปรากฏว่าไม่นานเท่าไหร่ ก็เป็นฝ่ายบอกเลิกกับ “อาเสี่ยน้อย” เห็นบอกว่าเธอคบกับแฟนหนุ่มคนใหม่ ฐานะร่ำรวยยิ่งกว่าเดิม
ส่วนเถ้าแก่ใหญ่ก็ไม่โกรธ ได้แต่ยิ้มๆ พูดว่า “ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ ผู้หญิงคนนี้เมื่อก่อนยังไม่เคยเห็นโลกกว้าง วันนี้ได้ออกไปพบเห็นโลกภายนอก เจอของดีกว่า สายตาก็กว้างขึ้น ลูกชายของฉันมันก็แค่ขี้ดินประติ๋วเท่านั้นเองไปแล้ว”




ตรงหน้าของผมผุดภาพขึ้นมาสองภาพ--
ภาพหนึ่งเป็นภาพของผัวเมียสมัยเก่าก่อน ภรรยาอาศัยสามีหาเลี้ยง เหมือนกับว่าคนสองคนไปเที่ยวด้วยกัน ทรัพย์สินทั้งหมดฝากไว้กับกระเป๋าของสามีทั้งหมด ฝ่ายชายถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ก็มีศักดิ์ศรี ฝ่ายหญิงต่อให้เสียหน้า ไม่มีเกียรติ ไม่อยากเดินตามไปด้วยแล้ว แต่ก็จนปัญญา เพราะเมื่อห่างจากสามีเมื่อไหร่ ตนก็ไม่อาจหาเลี้ยงชีพได้
อีกภาพหนึ่งเป็นภาพของ “ผัวเมียต่างมีรายได้” คนสองคนแบกกระเป๋าคนละใบ ไม่แน่อาจจูงลูกเอาไว้ด้วย ลูกค่อยๆ โตขึ้น และมีคู่ของตนเองแล้ว ขอให้พ่อแม่เปิดกระเป๋า แบ่งส่วนแบ่งเล็กน้อย แล้วก็บินจากไป เหลือแต่สองผัวเมีย เดินทางต่อไป คนคนหนึ่งเหนื่อยมาก ขอให้อีกคนหนึ่งหยุดพักสักหน่อย แล้วก็นั่งพักกลางทาง ระหว่างนั้นก็มี “นักเดินทางของชีวิต” เดินผ่านเข้ามาเรื่อยๆ มีอยู่คนหนึ่งกำลังหาคู่ สามีหรือภรรยาคนที่นั่งอยู่อาจบอกว่า “ฉันแบกสัมภาระต่อไปไม่ไหวแล้ว” คนคนนั้นก็บอกว่า “ฉันช่วยแบกให้! คุณยังดูแข็งแรงดี ยังเดินต่อไปได้อีกไกล ทำไมไม่ไปท่องเที่ยวชมวิวให้มากๆ อีกหน่อยละ” หนึ่งในคนที่นั่งพักอยู่เกิดหวั่นไหว หันมามองเขา (หรือเธอ) อีกฝ่ายกลับโบกมือบอกว่า “ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอนั่งชมวิวอยู่ที่นี่เถอะนะ คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉัน คุณ... คุณไปกับเขา (หรือเธอ) เถอะ อย่าให้ฉันต้องเป็นตัวถ่วงคุณเลย คุณก็เสียดาย ฉันก็เสียใจ!” และแล้วทั้งคู่ก็เปิดกระเป๋า แบ่งสัมภาระในกระเป๋ากันนิดหน่อย โอบกอด อวยพร แยกทาง...



นิตยสารไต้หวันฉบับหนึ่ง เขียนถึงความรักสามช่วงของอัจฉริยะหญิงของไต้หวัน
ความรักช่วงที่สามของเธอ เล่าว่าวันหนึ่ง แมวของอัจฉริยะหญิงอยู่ๆ ก็หนีหายไป อัจฉริยะหญิงรู้สึกว่าตัวเธอก็ควรจากไปได้แล้ว ถัดมาเพื่อนชายของเธอมาบอกว่า เพื่อนหญิงคนเก่าของตนกลับมาหา ได้ยินเรื่องของอัจฉริยะหญิง ตัดสินใจจะมาแย่งชิงรักเก่ากลับไป
อัจฉริยะหญิงตอบเขาอย่างราบเรียบว่า “ถึงแม้คุณจะตัดสินใจเลือกเป็นครั้งสุดท้าย ฉันก็ยังเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของเรานั้นมีค่าอย่างยิ่ง และเชื่อมั่นใจความปรารถนาดีที่มีต่อกัน”
บทสรุปของบทความ ผู้เขียนยกคำพูดคำหนึ่งของอัจฉริยะหญิงที่บอกว่า
“ฉันอาจไร้ความสามารถในการอยู่กับคนอื่นนานๆ แต่มีความสามารถในการแยกทางกับคนอื่นดี”
ถึงแม้ผมจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ผมเคยเห็นบทความหนึ่งของอัจฉริยะหญิงท่านนี้ในหนังสือพิมพ์เขียนว่า “คุณสามารถนึกออกหรือว่า จะสามารถอยู่ร่วมกับคนคนเดียว พริบตาเดียวก็หกสิบปี”
อัจฉริยะหญิงสมชื่อจริงๆ! มากด้วยปัญญา! ตรงไปตรงมา! เชื่อมั่นในตนเอง! เหมือนกับคำที่เธอเคยพูด “คนที่โง่เขลาจมปลักอยู่ในความรัก คนที่ฉลาดเติบโตไปกับความรัก”
“เธอ” ชาญฉลาด ที่วางกระเป๋าลง แล้วหยิบกระเป๋าขึ้น ครั้งแล้วครั้งเล่า ก้าวเดินไปบนเส้นทางที่ยาวไกลของชีวิต สิ่งที่บรรจุอยู่ในกระเป๋าของเธอ เป็นของของเธอเสมอมา!


หรือจะไม่จริง เมื่อหนึ่งศตวรรษก่อน อายุเฉลี่ยของคนเรายังไม่ถึงห้าสิบปี เพิ่งจะวัยกลางคนยังไม่เท่าไหร่ ก็ต้องจากโลกนี้ไปแล้ว บัดนี้การแพทย์ก้าวหน้า ชีวิตสุขสบาย “อายุเฉลี่ย” ของประชากรบางประเทศเกือบจะแปดสิบกันแล้ว สามสิบปีที่เพิ่มขึ้นมานี้ เหมือนกับเส้นทางเดินที่ยาวขึ้นเกือบเท่าตัว เมื่อเรี่ยวแรงกำลังของนักเดินทางไม่เหมือนเดิม เป้าหมายไม่เหมือนเดิม เงื่อนไขคุณสมบัติของกายภาพและมุมมองชีวิตไม่เหมือนเดิม จะเป็นไปได้ไหมว่า จะมีใครคนหนึ่งเหนื่อยแล้ว นั่งลงก่อน ส่วนอีกคนหนึ่งยังใจสู้ อยากเดินต่อ จึงจำต้องเอ่ยคำเลิกรา



มิน่าล่ะ ผู้ว่าราชการหญิงเมือง Furth ของเยอรมัน บอกกับนักข่าวในเดือนกันยายน ปี 2007 ว่า “ฉันขอเสนอให้การแต่งงานมีอายุเจ็ดปี หมายความว่า ผูคนต้องมาทำการสัญญากันใหม่อีกครั้ง ในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อครบเจ็ดปี หากคิดจะต่อสัญญา ต้องมาพูดกันใหม่อีกครั้งว่า “yes! I do!””
นับเป็นอีกคำพูดหนึ่งที่กล้าหาญของอีกหนึ่งอัจฉริยะหญิง ที่บังเอิญก็คือ ตัวเธอเองก็เคยหย่าร้างสองครั้ง ตอนนี้อายุห้าสิบเอ็ดปี



นึกถึงเมื่อตอนสมัยหนุ่ม ผมเคย “แลกเปลี่ยนภาษา” กับนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวฮอลแลนด์คนหนึ่งในมหาวิทยาลัยครูที่ผมศึกษาอยู่ ทุกครั้งที่พบกัน เขาจะสอนภาษาฝรั่งเศสผม ส่วนผมก็สอนภาษาจีนเขา
หลายเดือนต่อมา อยู่ๆ เขาก็บอกผมว่า “คราวหน้าฉันไม่ไปหาคุณที่บ้านโดยตรง เรานัดพบกันที่หน้าประตูมหา’ลัย พอถึงตอนนั้น ถ้าคุณไม่อยากเรียนต่อ หรือฉันไม่อยากเรียนต่อ ก็อย่ามาเจอกัน”
ผมอึ้งไปครู่หนึ่ง รู้สึกเป็นวิธีที่ประหลาด แต่ก็ตอบตกลง
เมื่อถึงวันนั้น ผมลังเลแล้วลังเลอีก ไม่ได้ไป และไม่รู้ว่าเขาได้ไปหรือไม่
ผ่านไปสามสิบแปดปี พวกเราต่างไม่เคยได้ข่าวของกันและกันอีกเลย
ดังนั้น ภาพใหม่อีกภาพหนึ่งจึงผุดขึ้นมาในหัวของผม--
สามีภรรยาคู่หนึ่ง เดินผ่านระยะเวลาของการแต่งงานตามที่ท่านผู้ว่าฯ เยอรมันท่านนั้นกล่าว
เมื่อหมดเวลา ทั้งสองตกลงกันว่า “เราไปพบกันตรงที่พวกเรานัดกันครั้งแรก คุณจะมาหรือไม่มาก็ได้ ส่วนฉันก็สามารถเลือกอย่างที่ฉันต้องการ เราต่างคนต่างมีอิสระ ไม่มีการกดดัน...
เมื่อถึงวันนั้น วินาทีนั้น เหมือนกับคู่รักที่เพิ่งนัดหมายกันครั้งแรก คนคนหนึ่งมาถึงก่อน สองตาสอดส่ายไปมา หัวใจเต้นโครมคราม ในหัวสมองมีแต่ภาพวันวานที่ผ่านไป ฉันดีกับเขาพอหรือเปล่านะ เขาคิดจะเลิกกับฉันตั้งนานแล้วหรือเปล่านะ เพียงแต่เขาไม่กล้าพูดออกมาเท่านั้นเอง?


แสงและเงาที่พร่ามัว ท้องถนนที่ฟุ้งไปด้วยฝุ่นดิน ฝูงคนที่ขวักไขว่ไปมา บ้างร้องไห้ บ้างหัวเราะ บ้างลาจาก บ้างพานพบ ความรักความแค้นทั้งหมดทั้งปวงที่สะสมกลบฝังเอาไว้ บัดนี้ถึงคราวเปิดเผย


นั่นไง ที่เดินมาแต่ไกล... โอนเอน... คุ้นตา... แก่ชรา... แต่ฉันเห็นแว่บเดียวก็จำได้คนนั้น... ไม่ใช่เขาหรอกหรือ นี่เขายังคงเลือกฉันหรือ ฉันแค้นเขา โกรธเขา อยากทิ้งเขาไปให้พ้นๆ แต่ก็ยังเลือกเขามิใช่หรือ

 

ใครจะไปรู้ ผ่านไปแล้วหลายสิบปี ทั้งๆ ที่เราต่างฝ่ายต่างก็แยกทางกันได้ แต่ก็ยังเลือกที่จะกลับมา แก่จนปูนนี้แล้ว ยังมีนัดใหม่ได้อีกครั้ง หวั่นไหวได้อีกครั้ง ประหลาดใจได้อีกครั้ง ประทับใจได้อีกครั้ง!

 

ปล.

ถ้าชอบบทความแบบนี้

ขวามือลิงค์ pages มีให้อ่านอีกสองตอนนะคะ

Comment

Comment:

Tweet

ซึ้งอ่ะ

#17 By wanwan (58.181.157.122) on 2010-03-12 09:55

ความรักป็นเรื่องน่าประหลาด จริงๆ

แต่ถ้าจะอยู่ด้วยกันจริงๆ ก็อยากอยู่กับคนที่รักตลอดไปนะ

แต่เด๊ยวนี้ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปละนี่นา

#16 By Raina_Amari on 2009-05-23 17:53

ลึกซึ้งกินใจมากค่ะ ^^*

#15 By ミント*Doll.A.WH on 2009-04-22 01:09

ชอบมากค่ะ Hot! Hot! Hot!

#14 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2008-06-07 03:52

Hot!

#13 By timo on 2008-05-18 03:52

Hot!
เป็นมุมมองความรักที่สุดยอดมาก
เรื่องที่คนเราแต่งงานแล้วต้องอยู่ด้วยกันไปจนตาย นี่มันเป็นเรื่องที่สังคมกำหนดชัดๆ
หมดรักแล้ว ก็ไปหาคนใหม่จริงไหม?
แต่สังคมกำหนดมาเพื่ออะไร?
ข้อนึงเลย เซียว่าเด็กอ่ะ...ลูกอ่ะ...
คนเราจะเลิกจะหย่ากันเป็นว่าเล่นได้หรือ
ลูกจะรู้สึกยังไงเมื่อพ่อแม่ไม่ยอมอยู่ด้วยกันแล้ว...
ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ บางคู่เลิกกันไปแล้วอาจจะดีกว่าก็ได้
ตอนนี้ก็อยู่บ้านโฮสที่หย่ากัน...
แปลกดีที่แม่เป็นฝ่ายย้ายออก
แล้วย้ายไปไกลมากค่ะ...ข้ามแม่น้ำไปก็ถึงแล้ว...

สรุป...นี่เราเม้นต์อะไรยืดยาวเนี่ย =_="
บทความดี...ภาษาสวยใช้ได้...บางประเด็นก็เป็นกระจกให้เราได้นะ ขอบคุณผู้แปล

#11 By mama (58.9.118.119) on 2008-05-17 23:06

อ่านแล้วรู้สึกดีัจังค่ะ Hot!

#10 By W★G on 2008-05-17 21:58

น่าสนใจopen-mounthed smile

#9 By rokjitjung on 2008-05-17 20:55

Hot!
ดีมากๆค่ะconfused smile

#8 By PARAkeet on 2008-05-17 19:52

ผมชอบผลงานของหลิวยงมากครับ วันนี้ผมโชคดีจังHot!

#7 By on 2008-05-17 17:21

ยาวมากเลย
ไว้จะมาต่อคราวหน้าsad smile

#6 By カミン~♥ on 2008-05-17 15:27

ยาวมากเลยค่ะ
เป็นบทความที่ดีอันนึงเลย
ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านกันนะคะ Hot!

#5 By lat_te on 2008-05-17 12:20

บางอันอ่านแล้วแอบ งง นะ - -"

บางอันอ่านละก็รู้สึกดี _ _~

Hot! แปะให้ (คึคึ)

#4 By » {๐๔} d r e a м .™ on 2008-05-17 12:12

เป็นบทความที่ดีครับbig smile
อ่านแล้วทำให้คิดต่อHot!
ส่วนตัว..ผมไม่ชอบวิธีการคิดแบบนี้ครับ
ผมหัวโบราณsad smile

#3 By berserkrabbit on 2008-05-17 11:37

ป้าอ่านแล้วคิดถึงหนังเรื่อง
When Harry met Selly อ่ะ
อารมณ์นี้แหละ
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆจ้า
ภาษาดีมากๆเลย
เก่งทั้งพี่ทั้งน้อง

#2 By CanineGirl on 2008-05-17 11:26

สงสัยยาวเกินมาตรฐานของ exteen อะก้อย

ให้ดาวพี่น้องตัวเองหน่อย คงได้มั้งเนาะ
(อุตส่าห์นั่งแปล)Hot!

#1 By Wanwan_by_Beer on 2008-05-17 11:11